ยุคทองของไทยยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยก็เมื่อระหว่างที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีระหว่างปี พ.ศ. 1893 ถึงปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาก่อตั้งโดยพระเจ้าอู่ทองในปี พ.ศ. 1893 ต่อมาเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระองค์ทรงนำพสกนิกรอพยพมาจากอู่ทอง (อำเภอในจังหวัดสุพรรณบุรี) ซึ่งในขณะนั้นเกิดโรคอหิวาต์ระบาดเมืองใหม่นี้ให้ชื่อว่าอยุธยา (เมืองของพระรามในรามเกียรติ์อินเดีย) ซึ่งมีความหมายว่า "ไม่พ่ายแพ้หรือปราบไม่ได้"

ความจริงแล้ว อยุธยาเคยเป็นเมืองเจริญรุ่งเรืองมาก่อนที่จะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงโดยพระเจ้าอู่ทอง กล่าวกันว่าก่อนที่ชาวไทยจะบุกรุกเข้ามานั้นบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของพวกเขมรหรือขอมผู้ซึ่งครองเมืองละโว้ หรือลพบุรีมาก่อนเมืองนี้ ตั้งอยู่บนเกาะซึ่งเป็นที่บรรจบของแม่น้ำทั้งสามสาย คือแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี ดังนั้นจึงกลายเป็นศูนย์กลางของการค้าและการคมนาคมได้เป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกันในระหว่างการปกครองของพระรามาธิบดีที่ 1 นั้นพระองค์ได้จัดให้มีการปกครอง โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน (แบบจตุสดมภ์) และมีขุนนางเป็นผู้รับผิดชอบดังนี้
  1. ขุนเมือง เทียบได้กับรัฐมนตรีมหาดไทย ผู้ซึ่งรับผิดชอบด้านความสงบเรียบร้อยและลงโทษผู้กระทำผิด
  2. ขุนวัง เทียบได้กับรัฐมนนตรียุติธรรม ผู้ซึ่งรับผิดชอบด้านการติดสินคดีความต่าง ๆ ระหว่างประชาชน
  3. ขุนคลัง เทียบได้กับรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ผู้ซึ่งมีหน้าที่เก็บภาษี และรักษาผลประโยชน์ของรัฐ
  4. ขุนนา เทียบได้กับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ผู้ซึ่งมีหน้าที่เก็บเสบียงอาหารเพื่อพระนคร

พระราชอาณาจักรนี้เป็นที่รู้จักของชาวยุโรปเป็นอย่างดีเพราะว่าช่วงระยะเวลานี้แหละที่ชาวยุโรปเริ่มเดินทางมาตะวันออก และหลายคนได้มาเยือนกรุงศรีอยุธยา ในยุครุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยานั้นวัฒนธรรมไทย และการติดต่อสื่อสารกับนานาประเทศนับว่าเฟื่องฟูมาก และสมัยกรุงศรีอยุธยานี้ จัดเป็นจุดสุดยอดของประวัติศาสตร์ไทย

อยุธยา เป็นเมืองหลวงอยู่ได้ 417 ปี และมีกษัตริย์ปกครอง 33 พระองค์ จาก 5 ราชวงศ์สยามจนกระทั่งพ่ายแพ้แก่พม่า จากนั้นกรุงศรีอยุธยาก็ถูกปล่อยร้างอยู่ในป่าเป็นเวลากว่าร้อยปี จนกระทั่งถูกค้นพบและได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนอีกครั้งหนึ่ง

อยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ไปทางเหนือประมาณ 85 กม. สามารถไปได้ทั้งทางรถยนต์ ทางเรือ และรถไฟ ซากปรักหักพังอันงามสง่าของวัดสำคัญต่าง ๆ และพระราชวังของกรุงเก่ายังคงมีปรากฎให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต
วัดราษฎร์บูรณะ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพระศรีสรรเพชญ์ การฝึกช้างเพื่อการต่อสู้ในสมัยอยุธยา

ได้รับอนุญาตจาก : ธนพล จาดใจดี. (1994). เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประเทศไทย. กรุงเทพฯ : ห.จ.ก. ไทยเจริญการพิมพ์.


SunSITE Thailand at Assumption University

ABAC, Ramkhamhaeng 24 Rd., Huamark, Bangkapi,Bangkok 10240 Thailand
Telephone : (662) 3004543-51, 3004553-62 Fax : (662) 3004511

All comments are welcome at
www@sunsite.au.ac.th
Information Management Division : Internet AuNet Center, Assumption University.